โครงการ
โครงการทัศนศึกษา อู่อารยธรรมอุษาคเนย์ยุคคลาสสิค: วัดพู (ลาว) เขาพระวิหาร (กัมพูชา) เขาพนมรุ้ง (สยาม)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
คณะศิลปะศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
วิทยากรผู้บรรยาย
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
อาจารย์ อัครพงษ์ ค่ำคูณ
นักศึกษาผู้รับผิดชอบ
ระยะเวลา
วันที่ 10 15 สิงหาคม 2550
สถานที่
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย
แขวงจำปาสัก
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เขาพระวิหาร
ประเทศกัมพูชา
หลักการและเหตุผล
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์
ภูมิศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรม
ซึ่งได้มีวิวัฒนาการสืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา
และจังหวัดเหล่านี้ยังมีสถานที่ที่คงไว้ซึ่งโบราณสถานและสถาปัตยกรรมโบราณยุคขอม/เขมรที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ ไว้อย่างมากมาย ประกอบกับสืบเนื่องจากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี
ที่ได้กล่าวไว้ว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นอาณาจักรโบราณและเป็นต้นกำเนิดของชนชาติสยาม/ไทย
ประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาวและกัมพูชา
เป็นประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นและยังมีสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมและภาษาพูด
ภาษาราชการก็มีความคล้ายคลึงกับประเทศสยาม/ไทยมาก
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจในรายละเอียดของความเป็นมาในครั้งอดีตกาลถึงต้นกำเนิดของความใกล้เคียงกันนี้
ประกอบกับในฝั่งลาวและกัมพูชายังมีร่องรอยอารยธรรมและภาพสลักบนหินที่มีความสวยงามและชัดเจนกว่าในเมืองไทย
โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
ในฐานะที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จึงเห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ให้นักศึกษาของโครงการฯ
ได้ศึกษาถึงรูปแบบสถาปัตยกรรม อารยธรรมโบราณ และโบราณสถานอันเป็นแหล่งประศาสตร์ที่เชื่อมโยงถึงการก่อเกิดวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงและความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างกัน
ดังเช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง เขาพระวิหาร และวัดพู
ตลอดจนศึกษาสภาพภูมิศาสตร์กายภาพของพื้นที่ริมแม่น้ำโขงและเจาะลึกยังสภาพลักษณะของแม่น้ำโขงอันเป็นแหล่งเชื่อมโยงวิถีชีวิตของหลากวัฒนธรรม
หลากประเทศเข้าด้วยกัน
โดยการศึกษาลักษณะของแม่น้ำโขงที่เป็นเกาะแก่งขนาดใหญ่ที่ทำให้ก่อเกิดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามระดับโลกนั่นคือน้ำตกคอนพะเพ็งหรือที่เรียกว่าน้ำตกไนแอการาแห่งเอเชีย
อีกทั้งโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษายังหวังถึงการสร้างประโยชน์ในการสร้างองค์ความรู้แบบลึกซึ้งจากประสบการณ์จริงที่นักศึกษาได้เดินทางไปพบด้วยตนเอง
อันเป็นการอำนวยประโยชน์ทางวิชาการแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของโครงการฯ
ในการศึกษารายวิชา ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงศตวรรษที่
19 (ป.224 ) อีกด้วย
วัตถุประสงค์
1.
เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่
วัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม
ตลอดจนสภาพภูมิศาสตร์ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง
2.
เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาประเด็นเชิงประวัติศาสตร์อันเป็นบ่อเกิดแห่งความคล้ายคลึงกันของสถาปัตยกรรม
และวัฒนธรรม
3.
เพื่อเป็นการหล่อหลอมความเข้าใจในประวัติศาสตร์และลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง
และแม่น้ำโขง
4.
เพื่อเป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษาของโครงการฯ
เพื่อเป็นพื้นฐานในการต่อยอดในระดับหรือรายวิชาที่สูงขึ้น
ผู้เข้าร่วมโครงการ
วิทยากร อาจารย์
เจ้าหน้าที่โครงการฯ และนักศึกษาชั้นปีที่ 1 รุ่นที่ 8 ของโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รวมทั้งสิ้น 100 คน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.
นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่
วัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม
ตลอดจนสภาพภูมิศาสตร์ของผู้คนทั้งสองฟากฝั่งของแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง
2.
นักศึกษาได้ศึกษาถึงประเด็นเชิงประวัติศาสตร์อันเป็นบ่อเกิดแห่งความคล้ายคลึงกันของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม
อย่างใกล้ชิด
3.
นักศึกษามีความเข้าใจและรับรู้ถึงสภาพจริงทั้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมาเพื่อประโยชน์ในการต่อยอดเพื่อเติมเต็มความเข้าใจในความคล้ายที่แตกต่างต่อไปในระดับหรือรายวิชาที่สูงขึ้น
กำหนดการทัศนศึกษา
อู่อารยธรรมอุษาคเนย์ยุคคลาสสิค:วัดพู (ลาว) เขาพระวิหาร (กัมพูชา) เขาพนมรุ้ง (สยาม)
5วัน/5 คืน
10-15 สิงหาคม 2550
-----------------------------------
ศุกร์ 10 สิงหา ออกเดินทางโดยรถไฟเที่ยวค่ำ
จาก กทม. ถึงอุบลฯ
เสาร์ 11 สิงหา จากอุบลถึง ผ่านช่องเม็ก ถึงเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก
07.00 เดินทางถึงสถานีรถไฟอุบลฯ
อ. วารินทร์ชำราบ รับประทานอาหารเช้าตลาดวารินทร์
08.30 ต้อนรับคณะท่องเที่ยวที่ด่านช่องเม็ก
เปิดประตูสู่เมืองลาวตอนใต้
09.00 ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
ขณะรอตรวจเอกสารผ่านแดน สมาชิกสามารถเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆด่านช่องเม็กและด่าน
สปป.ลาว
ทางฝั่งลาวหรือดื่มกาแฟสดที่ขึ้นชื่อของเมืองปากช่อง แลกเงินสกุลกีบตามอัธยาศัย
09.30 เดินทางสู่เมืองปากเซ
ชมบ้านเรือนและวิถีชีวิตชาวลาว 2 ข้างทาง ชมสะพานข้ามแม่น้ำโขงลาว~ญี่ปุ่น
12.00 รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารคอนพะเพ็ง (อาหารปลาสดๆจากแม่น้ำโขง)
พร้อมชมและฟังการบรรยายความงามและความยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ของ น้ำตกคอนพะเพ็ง จนได้รับสมญานามว่า ไนแองการาแห่งเอเชีย และชม ต้นไม้มณีโคตร ที่ชาวลาวให้ความเคารพนับถือว่าเป็น
ต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่กลางลำน้ำโขงที่เชี่ยวกราก
17.00 เข้าเช็คอินท์ที่ โรงแรม
Champasak
Palace Hotel รับประทานอาหารเย็นและพักผ่อนตามอัธยาศัย
และฟังการบรรยายเรื่อง แม่น้ำโขง กับโลกาภิวัตน์
อาทิตย์ 12 สิงหา ปากเซ
~ ปราสาทหินวัดพู ~ ปากเซ ~ ช่องเม็ก
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
Champasak
Palace Hotel
เช็คเอ้าท์
08.30 เดินทางไปชมและฟังการบรรยายปราสาทหินวัดพู
ศาสนสถานขอมโบราณ
ชมแท่นบูชายันต์มนุษย์ ศิวลึงค์ธรรมชาติ
สิขเรศวร เดินทางต้องข้ามแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์ จากนั้นนั่งรถต่อไปยังวัดพู
ฟังการบรรยายเรื่องของอาณาจักรเจนละบก-เจนละน้ำ
11.30
เดินทางกลับมาที่เมืองปากเซ
/ รับประทานอาหารเที่ยง
15.00
จากนั้นเดินทางกลับพรมแดนลาว-ไทย
แวะช็อปปิ้งซื้อสินค้าปลอดภาษีในขณะผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือผ่านแดน ตม.
ไทย-ลาว
18.00 เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าที่พักบ้านรับรองอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
รับประทานอาหารเย็น ฟังการบรรยายเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และพนมดงรัก
จันทร์ 13 สิงหา ปราสาทหินเขาพระวิหาร
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงศรีสะอโศก
ด่านช่องสะงำ จังหวัดศีระสะเกษ
ปราสาทหินภูมิโปน
จังหวัดสุรินทร์
07.00 รับประทานอาหารเช้าที่พัก
ขึ้นชมและฟังคำบรรยายปราสาทเขาพระวิหาร ศิขเรศวร
ยอดมงกุฎของเทพเจ้า
สร้างโดดเด่นอยู่บนยอดภูเขาแห่งเทือกเขาพนมดงรักโดยหันหน้าไปทางทิศเหนือ
12.00 รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ
13.00 ชมกิจกรรมและรับฟังการบรรยาย
ระบบเศรษฐกิจวัฒนธรรมชุมชน เศรษฐกิจแบบพอเพียง ชุมชนศรีสะอโศก บ้านกระแซงใหญ่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ
15.00 ชมและฟังการบรรยายเรื่องด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ ช่องทางเดินที่ใกล้ปราสาทนครวัด
นครธมที่สุด และเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย (เขมรแดง)
ชมเชิงตะกอนอดีตนายกรัฐมนตรี พลพต ผู้นำเขมรแดง
17.00 ชมปราสาทภูมิโปน
ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทศิลปขอมที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย
คือราวพุทธศตวรรษที่ 13
(รุ่นก่อนเมืองพระนครวัด/นครธม)
ศาสนสถานในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายปราสาทองค์ใหญ่พบท่อโสมสูตร หรือท่อน้ำมนต์สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ จาการขุดแต่งพบจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต 1 ชิ้น
ซึ่งมีใช้ในพุทธศตวรรษที่ 12-13
ปราสาทด้านเหนือรูปแบบการสร้างเหมือนปราสาทหลังใหญ่
ภาพสลักทับหลังและเสากรอบประตูหินทรายกำหนดว่าเป็นศิลปะแบบไพรกเมง
พุทธศตวรรษที่ 12-13
18.30 เข้าเช็คอินท์ที่ โรงแรม
เพชรเกษมแกรนด์ รับประทานอาหารเย็นและพักผ่อนตามอัธยาศัย
อังคาร 14 สิงหา ปราสาทบ้านพลวง ด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องจอม กลุ่มปราสาทตาเมือน
ปราทสาทเมืองต่ำ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง สถานนีรถไฟบุรีรัมย์
07.00
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเพชรเกษมแกรนด์
08.00 เดินทางไปอำเภอปราสาทชมปราสาทบ้านพลวง ด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสุรินทร์
12.00 ชมกลุ่มปราสาทตาเมือน
และรับประทานอาหารเที่ยง ที่อโรคยาศาลา ที่พักคนเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์
เส้นทางโบราณสายปลาฮ๊อกตำบลตาเมียง กิ่งอำเภอพนมรัก
จังหวัดสุรินทร์
14.00 เดินทางถึงปราสาทหินเมืองต่ำ
ตำบลจระเข้มาก
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16-18 ศิลปะขอมแบบบาปวน ประกอบด้วยปราสาทอิฐ
5 องค์ ล้อมรอบด้วยระเบียงคดชั้นในมีซุ้มประตูตรงกลางอยู่ 4
ด้านโอบล้อมด้วยบาราย หรือสระน้ำ อยู่ 4
แห่ง
ล้อมรอบด้วยกำแพงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง
15.00 ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
บนยอดเขาพนมรุ้ง
ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วบูรณะเสร็จสมบูรณ์และประกาศเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2531
เป็นศาสนสถานในศาสนพราหมณ์-ฮินดู
ลัทธิไศวนิกาย
ระหว่างพุทธศตวรรษที่
15-18
เป็นปราสาทหินขอม/เขมรในเมืองไทย ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ที่มีอายุยาวนาน จึงมีศิลปกรรมปรากฏอยู่หลายสมัย
นับตั้งแต่สมัยเกาะแกร์-บาปวน-สมัยนครวัดตอนต้น ปราสาทประธาน สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 17
ด้วยหินทรายสีชมพูเนื้อดี
ปรากฏลวดลายจำหลักศิลาเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตามส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวปราสาท รูปที่น่าสนใจได้แก่รูปจำหลักศิวนาฏราช
10 กร ปรากฏอยู่ที่หน้าบันของซุ้มปรางค์ด้านทิศตะวันออก ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
ถือเป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ถูกโจรกรรมไปเมื่อราวพ.ศ.2503 ต่อมาพบว่าจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
จนทำให้มีการเคลื่อนไหวให้ทางสหรัฐฯ
คืนทับหลังชิ้นนี้แก่ประเทศไทย
ซึ่งก็ได้คืนมาทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี
18.00 รับประทานอาหารเย็นตลาดเมืองบุรีรมย์ตามอัธยาศรัย
22.00 เดินทางกลับกรุงเทพฯ
ขบวนรถด่วนอุบลราชธานี กรุงเทพฯ
พุธ 15 สิงหา
05.0
รถไฟถึงสถานีกรุงเทพฯ โดยปลอดภัย
August 10-15, 2007
-----------------------------------
Fr. Aug 10 Students
leave by night train from
(Charnvit flies to stay
overnight in Ubon)
Sat 11 Morning:
students arrive Ubon and leave for
Lunch at Khon Phapheng Waterfall, biggest in Asia,
where the Mekong River falls from Laos into Cambodia
Evening check in at local Hotel, lecture on the
Mekong and Environments
Sun 12 Morning
visit to
Afternoon, long trip back by bus to Thailand,
camping in Sri Saket Province near the border and Preah Vihear Temple
Mon 13 Morning
visit to the unforgettable
Afternoon visit local and border area of
Thai-Cambodian, Khmer Rouge tombs (Pol Pot and Ta Mok), plus some less known
Khmer stone-brick temples
Evening
check in at local Phetkasem Hotel in Surin
Tue 14 Morning
visit more Temples along the border, Ta Muen group, Prasat Muang Tam, and the
famous one at Phnom Rung (12th century Khmer)
Students
take night train from Buriram back to Bangkok
(Charnvit goes back to stay overnight in Ubon and
back to
คลิกที่นี่เพื่อดูรูป/Click here for Photo